หน้าหลัก | ติดต่อเรา English  
 
เมนูหลัก เมนูหลัก
คลิกเมนูย่อย ประวัติความเป็นมา
  กิจกรรมอาสาพัฒนาในประเทศไทย
  อาสาวลัยลักษณ์
  ร้านช้าง
คลิกเมนูย่อย อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมฯ
  ที่ปรึกษาชมรมฯ
คลิกเมนูย่อย ทำเนียบประธาน
  ทำเนียบประธาน
คลิกเมนูย่อย คณะกรรมการชมรมฯ
  ปีการศึกษา2549
  ปีการศึกษา2550
คลิกเมนูย่อย รายนามสมาชิก
  รายนามสมาชิกรุ่นแรกๆ
  สมาชิกปีการศึกษา 2547
  สมาชิกปีการศึกษา 2548
  สมาชิกปีการศึกษา 2549
  สมาชิกปีการศึกษา 2550
คลิกเมนูย่อย แผนงานประจำปี
  ปีการศึกษา 2549
  ปีการศึกษา 2550
คลิกเมนูย่อย รายงานการประชุม
คลิกเมนูย่อย สมุดเยี่ยม
  บันทึกสมุดเยี่ยม
คลิกเมนูย่อย ติดต่อชมรม
  การติดต่อชมรม
คลิกเมนูย่อย คลังข้อมูลอาสา
  การเขียนโครงการ
  LOGO ชมรม 1
  LOGO ชมรม 2
  ตำแหน่งคณะกรรมการชมรม
  สูจิบัตรกิจกรรมคืนสู่เหย้า
คลิกเมนูยย่อย จัดการข้อมูลระบบ
 


สถิติการเข้าชม
 สถิติวันนี้
3  คน  
 สถิติเดือนนี้
116  คน  
 สถิติปีนี้
2454  คน  
 สถิติทั้งหมด
7360  คน  
  IP : 54.82.209.152
8/9/2554

  >> กิจกรรมอาสาพัฒนาในประเทศไทย
 
   

                             ประวัติความเป็นมากิจกรรมอาสาพัฒนา
ความหมายของกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์
              คำว่า “บำเพ็ญ” นั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายไว้ว่า ทำให้เต็มบริบูรณ์ เพิ่มพูน กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์จึงหมายถึง “การที่ผู้เรียนปฏิบัติการเพื่อการเรียนรู้และการเพิ่มพูนผลประโยชน์” ซึ่งการเพิ่มพูนประโยชน์ เป็นการทำให้ตนเองเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หรือทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น หรือการช่วยเหลือผู้อื่น

กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของนักศึกษามีหลายลักษณะ ซึ่งอาจเป็นโครงการทำความสะอาด ซ่อมแซม หรือ อาจสร้างสาธารณสมบัติ เป็นต้น กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่นักศึกษาให้ความสนใจและรู้จักดีคือ กิจกรรมค่ายอาสาสมัคร หรือ ค่ายอาสาพัฒนา หรือค่ายอาสาพัฒนาชนบท คำว่า “ค่ายอาสาสมัคร” หมายถึงการสมัครใจออกค่ายเพื่อไปช่วยเหลือผู้อื่น และเพื่อฝึกผู้นำ ซึ่งเป็นความหมายดั้งเดิม ส่วนคำว่า “ค่ายอาสาพัฒนา” นั้น ได้เริ่มใช้กันภายหลัง พ.ศ. 2510 โดยหมายถึงการที่นักศึกษาอาสาออกไปพัฒนาชุมชน และพัฒนาตนเอง สำหรับคำว่า”ค่ายอาสาพัฒนาชนบท” นั้น หมายถึงการที่นักศึกษาออกไปพัฒนาชนบท เนื่องจากการพัฒนาชนบทต้องใช้งบประมาณและสรรพกำลังจากหลายฝ่าย ค่ายอาสาพัฒนาของนักศึกษายังมีผลต่อการพัฒนาชนบทน้อยมาก คำว่า อาสาพัฒนาชนบท จึงเป็นคำที่ไม่ถูกต้องนัก 

ความเป็นมาของกิจกรรมอาสาพัฒนาในประเทศไทย

กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เริ่มปรากฏชัดหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง ประเทศต่างๆ ในยุโรปต่างเสียหายมาก จึงมีผู้รวบรวมอาสาสมัครตั้งค่ายปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ มีการจัดตั้งสมาคมพลเรือน บริการนานาชาติในประเทศฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1920 และขยายงานอาสาสมัครไปที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1928 จากนั้นกิจกรรมนี้ก็แพร่หลายไปในหมู่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศยุโรปและอเมริกา

                ในประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่นอนว่ากิจกรรมค่ายอาสาสมัครเริ่มขึ้นเมื่อใดแต่ ปรากฎว่าองค์การและสมาคมทางศาสนาคริสต์ได้เคยจัดตั้งค่ายอาสาสมัครมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่น สมาคม Y.M.C.A. และสำนักคริสเตียนกลาง กรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งสมาคมเหล่านี้ไม่แพร่หลาย เพราะส่วนใหญ่ทำอยู่เฉพาะคริสตศาสนิกชนเท่านั้น การเริ่มงานค่ายอาสาสมัครที่แท้จริงในประเทศไทย เริ่มขึ้นปี พ.ศ.2500 หลังจากที่นายทวี วงศ์รัตน์ ผู้แทนยุวพุทธิกสมาคม กลับจากการเข้าร่วมค่ายฝึกผู้นำค่ายอาสาสมัครสำหรับเอเซียใต้ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดตั้งโดยคณะกรรมการจัดและดำเนินการตั้งค่ายอาสาสมัครนานาชาติแห่งอินเดีย (Indian Organizing Committee for International Voluntary Work Group) ด้วยความร่วมมือของคณะกรรมการประสานงานค่ายอาสาสมัครนานาชาติแห่งยูเนสโก ค่ายอาสาสมัครที่แท้จริง ครั้งแรกจัดตั้งในนามของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยที่วัดหัวสวน จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นค่ายฝึกผู้นำซึ่งมีชาวค่ายที่เป็นผู้แทนยุวพุทธิกสมาคม จำนวน 29 คน มีจุดมุ่งหมายที่จะฝึกให้ผู้แทนเหล่านี้มีความรู้และประสบการณ์ทางด้านค่ายอาสาสมัครเพื่อจะได้ดำเนินกิจกรรมในด้านนี้ต่อไป ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มงานค่ายอาสาสมัครอย่างแท้จริง หลังจากนั้นยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยก็ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมค่ายฝึกผู้นำของเอเซียใต้ครั้งที่ 3  และดำเนินการตั้งค่ายอาสาสมัครร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยุวพุทธิกสมาคมในจังหวัดต่างๆ ซึ่งแต่ละค่ายได้รับผลสำเร็จพอสมควร และต่อมากิจกรรมค่ายอาสาสมัครในประเทศไทยก็ได้แพร่หลายออกไปกว้างขวางมากขึ้นเป็นลำดับ

นอกเหนือไปจากการดำเนินงานของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศแล้วยังมีสมาคมและหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้ดำเนินกิจกรรมค่ายอาสาสมัครเป็นครั้งคราวเช่น กรรมการสหายอเมริกันบริการ (American Friends Service Committee) สมาคม Y.M.C.A. ซึ่งส่วนมากจัดเป็นระบบค่ายอาสาสมัครเพื่อสัมมนา และค่ายอาสาสมัครเยาวชนซึ่งมีจุดมุ่งหมายด้านนันทนาการ เป็นต้น

                อย่างไรก็ตาม การดำเนินกิจกรรมค่ายอาสาสมัครในระยะหลังๆ อาจกล่าวได้ว่านักศึกษาเป็นผู้ช่วยที่ให้กิจกรรมอาสาสมัครแพร่หลายและก้าวหน้าไปอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจและความร่วมมือจากสถาบันแต่ละแห่งแล้ว ทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของกิจกรรมนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอาสาพัฒนาได้สนับสนุนดูแล และประสานงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ เช่น กรป.กลาง เพื่อร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์ในการมุ่งพัฒนาสร้างสรรค์ และอุทิศตนช่วยเหลือสังคมชนบท โดยร่วมโครงการกับส่วนราชการหรือเสนอโครงการเมื่อมีส่วนราชการร้องขอมา และในปี พ.ศ. 2520 รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้จัดสรร             งบประมาณจำนวน 1 ล้านบาท ให้ทบวงมหาวิทาลัยใช้ในการสนับสนุนโครงการอาสาพัฒนาของนักศึกษาตามความจำเป็นและเหมาะสม

                ผลสำเร็จจากการริเริ่มโครงการของนักศึกษาโดยความร่วมมือกับส่วนราชการต่างๆ ดังกล่าว ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในเวลาต่อมา ทำให้ทบวงมหาวิทยาลัยสามารถให้การสนับสนุนและส่งเสริมโครงการอาสาพัฒนาของนักศึกษาได้อย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันปีละประมาณ 20-25 ล้านบาท

 

ประเทศไทยเหมาะสมกับหน้าจอขนาด 800x600 pixels ใช้งานกับ Internet Explorer 5.0 -ขึ้นไป
    ผู้พัฒนาระบบ