หน้าหลัก | ติดต่อเรา English  

  :: กำลังใจในการทำงาน สร้างได้ด้วยตัวเอง

                       


                                     


มีนักคิดนักเขียนมากมาย ได้แนะนำวิธีการสร้างกำลังใจ ซึ่งมักจะคล้ายๆ กัน และคาดเดาได้ว่าหากได้ลงมือปฏิบัติตามวิธีการเหล่านั้น คงมีผลลัพธ์เป็นบวกและไม่สร้างความเสียหายแต่ประการใดอย่างแน่นอน ที่หยิบยกประเด็นนี้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านบทความดีๆ จากนักคิดและนักปรัชญาหลายท่าน และคิดว่าคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยหากได้แบ่งปันความรู้ดังกล่าวสู่ผู้ที่กำลังมองหากำลังใจ โดยเฉพาะกำลังใจในการทำงาน ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้รับสิ่งนี้อย่างเพียงพอในสังคมปัจจุบัน  ถ้าใครมีโอกาสอ่านวาทะเด็ดของ นโปเลียน ที่ว่า “จงมองไปข้างหน้า   เพื่อก่อความหวัง   จงมองไปข้างหลัง   เพื่อแก้ความผิด   ถ้าไม่มีความหวัง   ก็เหมือนคนสิ้นคิด   ถ้าไม่มีความผิด   ก็เหมือนไม่ใช่คน”


วาทะนี้อาจตีความกันไปหลากหลายแล้วแต่มุมมอง แต่สำหรับผู้แสวงหากำลังใจ นั่นหมายความว่า ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะถามหากำลังใจจากคนรอบข้าง สำคัญที่สุด คือต้องเชื่อมั่นและให้กำลังใจตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก และอย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า น้อยคนนักที่จะได้รับ “กำลังใจ” อย่างเพียงพอ และเชื่อหรือไม่ว่าเราสามารถสร้างกำลังใจได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะวิธีการที่จะแบ่งปันต่อไปนี้ เชื่อว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของทุกๆ คน


การสร้างกำลังใจในการทำงาน ที่จะกล่าวถึงนี้จำแนกได้ 9 วิธี ซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Lisa ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมาก อันประกอบด้วย        


1. ทุกคนมีปัญหาที่คล้ายกัน


จากการศึกษาในประเทศเยอรมนี พบว่า ร้อยละ 90 ของคนทำงานไม่พึงพอใจกับงานที่ทำอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกือบทุกคนทำงานไม่ตรงกับความสามารถของตัวเอง เพียงแต่คนส่วนใหญ่มักประสบปัญหาที่คล้ายๆ กันในการต่อสู้ โดยไม่จำกัดว่าเป็นงานอะไร สรุปคือ ไม่ได้มีคุณคนเดียวที่มีปัญหา แต่ทุกๆ คนบนโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีปัญหาทั้งสิ้น จงทำใจยิ้มรับปัญหาเหล่านั้นและหาทางแก้ไขเป็นดีที่สุด


2. อย่าคาดหวังกับสิ่งๆ เดียว


คนเรามักจะเลือกงานที่ดูโดดเด่น เช่น เงินเดือนสูงหรือตำแหน่งหน้าที่การงานดี หรือเป็นงานสนุก ซึ่งความคาดหวังเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นจริงอย่างที่หวังไว้ก็ได้ ดังนั้น ควรคิดเสียใหม่ว่า ความสุขที่ได้จากงาน คือการได้พบเจอแต่คนนิสัยดีๆ แวดล้อมตัวเรา มีเจ้านายที่มีเมตตา และสถานที่ทำงานดี เมื่อเราไม่คาดหวังสูงเกินจริงเราก็จะไม่รู้สึกผิดหวัง



3. เข้าใจความหมายของคำว่า "เงิน"


บางคนคิดว่าเงินสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด แต่จากการศึกษาพบว่า เราหาเงินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จัก คำว่าพอ เนื่องจากเรามักเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอ และเราก็มักพบคนที่มีรายได้มากกว่าเรา แต่ถ้าเราทำงานโดยคิดว่ามีรายได้เพียงพอแล้ว ชีวิตก็จะมีความสุข เป็นความสุขที่พอเพียง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยเรา



4. รู้จักการแบ่งปัน


การทำงานอย่างมีน้ำใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน และการทำงานร่วมกันเป็นทีม สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ และเมื่อทำงานสำเร็จด้วยดีแล้วเจ้านายไม่ชื่นชม ก็อย่าน้อยใจหรือเสียใจ ให้คิดเสียว่าหน่วยงานนี้มีพนักงานมากมายจนเจ้านายไม่มีเวลามากล่าวชมได้ครบทุกคน



5. อย่ามองหาความยุติธรรม


เมื่อเราต้องทำงานกับผู้คน ก็ต้องมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นบ้าง อย่าลืมว่ามนุษย์ไม่ได้มีความยุติธรรมที่เกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ แต่เกิดจากความเข้าอกเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรามากกว่า การมองหางานที่มีความยุติธรรม จะทำให้เสียเวลาเปล่า เพราะมันไม่มีอยู่จริงในโลก ดังนั้นจึงควรปลอบใจตัวเองบ้างว่า บางครั้งเราก็ได้ประโยชน์จากความไม่ยุติธรรมเหล่านั้นเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้น



6. ไม่อยากโดดเดี่ยว


การทำงานกับคนหมู่มากก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง มีเสียงรบกวนและสิ่งอื่นๆ ที่รบกวนการทำงาน แต่ก็ต้องทำใจ ในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานกับคนหมู่มาก และคงไม่มีใครอยากทำงานคนเดียว ที่ใดก็ตามที่มีมนุษย์ก็มักมีเรื่องเครียดๆ มาเป็นผงชูรสให้แก่ชีวิตเสมอ แล้วเราก็นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นรางวัลให้แก่ตัวเองในแง่ที่ว่า “เราไม่ได้โดดเดี่ยวเพียงลำพัง” แต่มีผู้คนมากมายกำลังก้าวเดินไปพร้อมกับเรา



7. เข้าใจพื้นฐานของชีวิต


บางคนมักมีปัญหาเดิมๆ ในการทำงานจนฝังรากลึกในชีวิต และในชีวิตการทำงานก็มักมีเรื่องเกิดขึ้นซ้ำๆ เสมอ จนกระทั่งเราเรียนรู้ปัญหาต่างๆ และตอบโจทย์ปัญหาเหล่านั้นได้ ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความกล้าที่จะสะสมประสบการณ์ต่างๆ จนทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถึงตอนนั้นปัญหาที่ว่าหนักหนา อาจกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเราก็เป็นได้



8. ความรู้สึกในด้านบวก


เราไม่ควรมีความรู้สึกในด้านลบกับใคร ความโกรธทำให้อารมณ์เป็นพิษ และเสียสุขภาพจิต ฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เช่นเมื่อรู้สึกโกรธเพื่อนร่วมงานที่มาทำงานสาย ก็ให้คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา โกรธที่เพื่อนร่วมงานทำงานผิดพลาด ให้คิดเสียว่าเขาไม่ได้ตั้งใจและเราเองก็เคยผิดพลาดเช่นกัน ลองฝึกความคิดในด้านบวกบ่อยๆ ก็จะทำให้เราเรียนรู้การจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง อย่าให้สิ่งแวดล้อมมาทำให้เราอารมณ์เสียได้อีก



9. ติดต่อสื่อสารอย่างถูกวิธี


การแสดงความก้าวร้าวมักส่งผลลบต่อตัวเรา โดยเฉพาะหากนำมาใช้กับเพื่อนร่วมงาน เพราะหากเราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางก็จะทำให้เราก้าวร้าวกับคนอื่น ด้วยคิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอ แต่การอ่อนน้อม พูดจาประนีประนอม จะทำให้ได้รับความร่วมมือในการทำงาน หรือการติดต่อสื่อสารกับผู้คนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การวางตัวโดยปราศจากความก้าวร้าว จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของเราดูดีและน่าชื่นชมในสายตาทุกคน และจะรู้สึกได้ว่าคนรอบข้างอยากพูดคุยและเป็นมิตรกับเรามากขึ้น


เชื่อว่ามีหลายคนที่ได้เพื่อนร่วมงานดี เจ้านายดี และทำงานที่รักอย่างมีความสุขในองค์กรอันอบอุ่น แน่นอนที่สุดสิ่งเหล่านี้ถือเป็นความใฝ่ฝันของคนทำงานทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ในการสร้างกำลังใจในการทำงาน นั่นคือการมีทัศนคติที่ดีต่องานและองค์กร ดังสำนวนว่า “ผู้คนนับร้อยนับพัน เลือกจะจดจำเพียงหนึ่งความผิดหวัง และเลือกที่จะลืมอีกล้านความประทับใจ”  ฉะนั้นเราในฐานะคนทำงานควรตระหนักในคุณค่าของงานและองค์กรเสมอ ตระหนักว่าองค์กรนี้ให้อะไรดีๆ กับเราบ้าง ไม่ใช่จดจำเฉพาะสิ่งที่ผิดไปจากความคาดหวังเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นการสร้างกำลังใจในการทำงาน ก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้เช่นกัน


 


แบ่งปันความรู้โดย: ศิลป์อักษร


   วันที่ประกาศ : 16 ต.ค. 2554

::หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร::บริการให้เช่าสถานที่
โทร. +66-22980244, +66-22980245 แฟกซ์ +66-22980248    ผู้พัฒนาระบบ