หน้าหลัก | ติดต่อเรา English  

  :: ศาลยกฟ้องกรณี ม.วลัยลักษณ์ยกเลิกสัญญาสร้างศูนย์การแพทย์กับกิจการร่วมค้า พี วี ที

 





ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยผลการพิจารณาคดีกรณีกิจการร่วมค้า พี วี ที ฟ้องต่อมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กรณีมีหนังสือยกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ไม่ถูกต้อง ว่า ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา


ผู้พิพากษา ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีหมายเลขดำ ที่ อ.4356/2557 ระหว่าง กิจการร่วมค้า พีวีที /โจทก์ กับ นายกีร์รัตน์ สงวนไทร /จำเลยที่ 1 นายสุเมธ แย้มนุ่น/จำเลยที่ 2 นายอรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์/จำเลยที่ 3 และ นายเลิศชาย ศิริชัย/จำเลยที่ 4 ในคดีความอาญากรณีความผิดที่เกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และระบบสาธารณูปการ สัญญาเลขที่ 7/2557 ลงวันที่ 22 มกราคม 2557 โดยศาลได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลได้พิจารณาจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่โจทก์ ได้ยื่นต่อศาลเพื่อประกอบข้อกล่าวหา และพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยได้นำมาแสดงต่อศาลอย่างรอบคอบแล้ว มีความเห็นว่า การที่จำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญานั้นเป็นการปฏิบัติราชการที่ถูกต้องแล้ว การกระทำดังกล่าวของฝ่ายจำเลย จึงไม่เป็นความผิดตามข้อหาที่โจทก์ฟ้องมาทั้งหมด การที่จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของทางราชการย่อมต้องปฏิบัติราชการให้ถูกต้องและใช้สิทธิบอกเลิกสัญญากับโจทก์ ในทางกลับกันหากจำเลยไม่กระทำการดังกล่าวอาจจะเป็นความผิดทั้งทางวินัยและอาญา รวมทั้งมีความผิดทางกฎหมายปกครอง และอาจจะถูกฟ้องร้องทางแพ่งได้ด้วย ดังนั้น การบอกเลิกสัญญาจึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว 

ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เปิดเผยต่อว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้บอกเลิกสัญญา กับ กิจการร่วมค้า พีวีที /ผู้รับจ้าง เพราะปลอมแปลงเอกสารด้านการเงิน ถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก หนังสือค้ำประกันปลอม (หลักประกันสัญญา) ในการทำสัญญาตั้งแต่แรกเริ่ม และครั้งที่สองหนังสือค้ำประกันที่นำมาวางเพื่อขอรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า ร้อยละ 15 คิดเป็นเงิน 323.70 ล้านบาท ของมูลค่างานทั้งหมด ในสัญญา ( 2,158 ล้านบาท ) ซึ่งเมื่อมหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบและสอบยันกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารได้มีหนังสือยืนยันว่า ธนาคารไม่ได้เป็นผู้ออกหนังสือค้ำประกัน เมื่อผลปรากฏเป็นเช่นนี้ ตามหลักกฎหมายถือว่าสัญญาดังกล่าวนั้นยังไม่เกิดมาตั้งแต่ต้น เพราะหลักประกันสัญญาไม่มีอยู่จริง


ในตอนท้าย ดร.สุเมธ แย้มนุ่น กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ โดยมีผมในฐานะรักษาการแทนอธิการบดีและคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาเรื่องการก่อสร้างโครงการ ศูนย์การแพทย์จนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยได้ประกวดราคาก่อสร้างครั้งใหม่ ได้บริษัทใหม่ที่มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ คือ บริษัทเพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประกวดราคาต่ำสุดในวงเงินอยู่ที่ 2,128 ล้านบาทถ้วน และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์พร้อมระบบสาธารณูปการฯ ซึ่งการก่อสร้างกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562 จะเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ให้ได้รับบริการด้านสุขภาพที่ดีและสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์ และสหวิชาชีพด้านวิทยาการสุขภาพเพื่อออกไปรับใช้สังคมประเทศชาติ 


 
คลิกเพื่อเข้าชม... ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ แถลงข่าว 1 ต.ค. 2558




ประมวลภาพ


   วันที่ประกาศ : 15 ต.ค. 2558

::หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพมหานคร::บริการให้เช่าสถานที่
โทร. +66-22980244, +66-22980245 แฟกซ์ +66-22980248    ผู้พัฒนาระบบ